คกก.ขับเคลื่อนมีมติรับซื้อยางสูงสุดไม่เกิน 60 บ./กก.

คกก.ขับเคลื่อนมีมติรับซื้อยางสูงสุดไม่เกิน 60 บ./กก. ซื้อเบื้องต้น 1 แสนตันของผลผลิตที่จะออกมาช่วง ม.ค.-มี.ค. 59 ไม่เกี่ยวกับยางในสต๊อกเก่า ระบุซื้อกับเกษตรกรโดยตรงไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง เร่งชดเชยไร่ละ 1,500 บ. ให้เสร็จในสิ้นเดือน ม.ค.นี้ เล็งปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เอื้อผู้ประกอบการที่ใช้ยางพาราในการผลิต เพื่อเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่

 

คกก.ขับเคลื่อนมีมติรับซื้อยางสูงสุดไม่เกิน 60 บ./กก. ซื้อเบื้องต้น 1 แสนตัน

      

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สกล ชื่นตระกูล ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน คณะที่ 5 ในคณะการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประชุมการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหายางพารากรณีเร่งด่วน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานกรรมการองค์การคลังสินค้า (อคส.) หนึ่งในคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดที่ 5 แถลงว่า ที่ประชุมได้ข้อยุติเบื้องต้นตามวิธีการทำงานตามกรอบที่ ครม.มีมติเห็นชอบ โดยกำหนดราคาเพดานรับซื้อสูงสุดอยู่ที่ 60 บาทต่อกิโลกรัม รับซื้อเบื้องต้น 1 แสนตันของผลผลิตที่จะออกมาใหม่ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.เท่านั้น โดยไม่เกี่ยวกับยางในสต๊อกเก่า

      

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่เป็นราคาที่ชาวสวนยางพอใจ และขอไม่ให้มีการกดราคาต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นการรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง จากหน่วยงานเอกชนและภาครัฐ โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง และเป็นการซื้อน้ำยางแผ่นดิบ ซึ่งมตินี้จะนำเข้าหารือในคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธาน และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นรองประธาน เพื่อกำหนดลงในรายละเอียดในวันที่ 14 ม.ค.

      

นอกจากนี้ มาตรการชดใช้ไร่ละ 1,500 บาท ทาง คสช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทยจะไปลงสำรวจและดำเนินการเร่งรัดจ่ายเงินชดเชยให้แล้วเสร็จในสิ้นเดือน ม.ค. ตามคำสั่งนายกฯ รวมถึงในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้นำเสนอว่า มีบริษัทที่ใช้ยางพาราเป็นส่วนประกอบการผลิต เช่น ถุงมือยาง อาจต้องเปลี่ยนเครื่องจักร หากเปลี่ยนจะมีการใช้ปริมาณยางที่สูงขึ้นก็จะตอบรับนโยบายรัฐบาล ซึ่งให้นำเสนอรายละเอียดมาว่าต้องใช้เงินทุนเปลี่ยนเครื่องจักรเท่าไหร่ และเมื่อเปลี่ยนเครื่องจักร ปริมาณรับซื้อยางจะเพิ่มขึ้นเท่าไร ถ้าราคาเหมาะสม มีจุดสมดุล ทางเราก็จะแจ้งไปยังรัฐบาล และอาจนำไปสู่การกู้เงินดอกเบี้ย

      

ทั้งนี้ ในวันที่ 15 ม.ค.จะมีนัดประชุมหารือเนื้อหาที่ส่วนราชการจะต้องไปสำรวจความต้องการยางที่จะนำไปใช้องค์กรของตนว่า มีจำนวนเท่าไร ก่อนนำมาแจ้งให้ อคส.ซึ่งการสำรวจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ จากนั้นจะลงพื้นที่รับซื้อยางทันที

 

ที่มา : www.manager.co.th